× RoHS & REACH Regulations and Relevant Substances

สารต้องห้าม2011/65/eu vs 2015/863

3 เดือน 4 สัปดาห์ ที่ผ่านมา #36 โดย Dr.RoHS
แล้วแต่ว่าทำสินค้าไปขายที่ไหน แล้วตัวสินค้าเป็นอะไร
ถ้าจะยึด EU ก็ต้องเอา REACH มาพื้นฐานไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไร (เครื่องใช้ไฟฟ้าก็ยังต้องมีบรรจุภัณฑ์)
  • ที่จะต้องเกี่ยวข้องแน่ๆ ก็จะเป็นบัญชีสารต้องห้าม (Annex XVII) ในนั้นห้าม phthalate 4 ตัว (เหมือน RoHS) [Annex XVII รายการที่ 51] - บังคับใช้กับสินค้าทุกชนิด มีผลบังคับใช้ กค. 2020
  • แต่ถ้าสินค้าเป็นของใช้สำหรับเด็ก และเด็กสามารถนำเข้าปากได้ ก็จะได้แถมอีก 3 ตัว (หมายเลข 1-3 ที่ถามมา) [Annex XVII รายการที่ 52] 
  • ถัดจากบัญชีสารต้องห้าม ก็จะเป็นบัญชี SVHC-C ซึ่งไม่ได้ห้าม แต่ให้ต้องให้ข้อมูลกับลูกค้า ต่อกันเป็นทอดๆ (หมายเลข 4 ถึง 10 และ #13 ที่ถามมา) 
  • ส่วนหมายเลข 11 และ 12 เท่าที่ค้นดู ยังไม่พบว่าถูกขึ้นบัญชีอยู่ที่ไหน (แต่อาจกำลังจะถูกขึ้นบัญชีเร็วๆ นี้) แต่เนื่องจากบัญชี REACH SVHC-C มีโตเร็ว จะรอให้มีกฎหมายบังคับแล้วค่อยทำอะไร อาจไม่ทันการ (อะไหล่บางอย่างทำไว้ขายหลายปี คงไม่ดีแน่ถ้าของที่ผลิตไว้มีสารเหล่านี้) ลูกค้าชั้นแนวหน้าบางรายจึงไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับ "สารเสี่ยง" ที่อาจเป็นปัญหาได้ในอนาคต 
ถ้าสินค้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็ต้องทำตามทั้ง RoHS (Directive 2011/65+2015/863) และ REACH
ถ้าเป็น "พลาสติกรีไซเคิล" ต้องดูว่าเป็นการรีไซเคิลแบบรู้ที่มาที่ไปของวัสดุหรือไม่ ถ้ารู้ (เช่นมาจากกากของเสียภายในโรงงาน ส่วนผสมในแต่ละ Lot ค่อนข้างแน่นอน) ก็ไม่น่าเป็นห่วงมากนัก น่าจะพอมีคนรู้ว่าใส่อะไรเข้าไปในเนื้อวัสดุบ้าง น่าจะพอคุมได้ แต่ถ้าเป็นการรีไซเคิลแบบไม่รู้ที่มาที่ไปของวัสดุ (รีไซเคิลแบบเปิด เช่น มาจากข้าวของที่ใช้แล้ว วัตถุดิบที่เข้ามาแต่ละ Lot ไม่แน่นอน คาดคะเน-เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้) ก็น่าเป็นห่วง (เว้นแต่บริษัทจะมีเทคโนโลยีดีๆ ที่สามารถดูดเอา Phthalate ในเนื้อออกมาก่อนได้)

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

4 เดือน 2 วัน ที่ผ่านมา #34 โดย ฐิติมา
ตามที่เราทราบกันดีว่า rohs2011/65/eu มีสารต้องห้าม10ตัวรวมพาทาเลทด้วย4ตัว คำถามคือหากจะใช้2015/863 ต้องมีการจำกัดสารกลุ่มพาทาเลทเพิ่มอีก13ตัวด้วยเหรอค่ะ สาร13ตัวได้แก่             
1. DIDP(DI-isodecyl phthalate) cas no.26761-40-0; 68515-49-1
2. DINP(Di-isononyl phthalate) cas no.28553-12-0; 68515-48-0
3. DNOP(Di-n-octyl phthalate) cas no.117-84-0
4. DIHP(Diisoheptyl phthalate) cas no.71888-89-6
5. DNHP(Di-n-hexyl phthalate) cas no.84-75-3
6. DMEP(Bis(2-methoxyethyl) phthalate) cas no.117-82-8
7. DHNUP(Di(heptyl,nonyl,undecyl) phthalate) cas no.68515-42-4
8. DnPP(Bis-n-pentyl phthalate)cas no.131-18-0
9. DiPP(Bis-iso-pentyl phthalate)cas no.605-50-5
10. nPIPP(n-Pentyl-isopentyl phthalate)cas no.776297-69-9
11. DEP(Bis-ethyl phthalate)cas no.84-66-2
12. DMP(Dimethyl phthalate)cas no.131-11-3
13. DPP(1,2-Benzanedicarboxylic acid,dipentylester,branched and liner)cas no.84777-06-0

สรุปแล้วปัจจุบัน ต้องใช้directive ไหนกันแน่คะ เพื่อที่จะออกเอกสารให้ลูกค้า และทั้ง2เวอร์ชั่นต่างกันอย่างไร
***ผลิตภัณฑ์ของบริษัท คือ พลาสติกรีไซเคิลที่นำไปเป็นส่วนประกอบของ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ปั๊มนำ้ แอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆค่ะ***

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 0.177 วินาที

Login

สมัครสมาชิก

Who's Online

มี 94 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

© 2019 ThaiRoHS.org. All Rights Reserved.